ขอนำธรรมะอ่านง่ายๆ จากหนังสือ ทวิตธรรม นำทวิตเตอร์ ของท่าน ว. วชิรเมธี มาให้อ่านกัน แถมยังได้ความรู้ภาษาอังกฤษเพิ่มกันด้วยครับ
เพียงเปลี่ยนวิธีที่เธอคิด วิถีชีวิตของเธอก็จะเปลี่ยน
Only change the way you think, your life may soon change.
ทุกเรื่องที่คิด ทุกกิจที่ทำ ทุกคำที่พูด ทุกครั้งที่เคลื่อนไหว จงเติมความตั้งใจให้เต็มร้อย
With every thought, action, word or move, do it like it is your last.
จงคิดอย่างแยบคาย ใช้ชีวิตอย่างแยบยล เป็นคนอย่างยอดเยี่ยม
Think prudently, live mindfully. Be the best that you can be.
พูดน้อย ฟังมาก คิดรอบคอบ ตรวจสอบตัวเอง
Talk less, listen more, think carefully, and look into your “self”.
วางความคิด ชีวิตสงบ ฟุ้งตามความคิด ชีวิตไม่สงบ
Lay down thoughts, and life is in peace.
Ride along with thoughts, and life is in chaos.
สภาพจิตของตนเป็นอย่างไร ก็จะได้คุณภาพชีวิตเป็นอย่างนั้น
Quality of mind determines quality of life.
ระลึกรู้ปัจจุบัน สำคัญกว่าระลึกชาติในอดีต
Being aware of the present moment is more
important than recalling your past life.
ทำอะไรก็ขอให้รู้ อยู่ที่ไหนก็ขอให้ตื่น
Be aware of what you do, be awakened wherever you are.
ชีวิตที่สดชื่นรื่นรมย์ จะมีอยู่ก็แต่ในปัจจุบันขณะเท่านั้น
A vibrant life only exists in the presence.
พอเป็นก็เย็นใจ พอไม่เป็นก็เข็ญใจ
Keeping your desires in check brings calm;
letting them loose brings grief.
ลมหายใจแห่งพระพุทธองค์ (อานาปานสติ)
ดำรงอยู่ที่เดียวกับลมหายใจของเราทุกคน
The Breath of Buddha (Anapanasati) exists where our breath is.
ตระหนักรู้ทุกก้าวที่เราย่าง นี่แหละคือหนทางแห่งผู้ตื่น
Being mindful with every step is the way of the “enlightened” one (Bhuddho).
ตามดู ตามรู้ลมหายใจ คือ มรรคาวิสุทธิ์ใสสู่นิพพาน
Following your breathing is the ultimate route to nibbana.
การศึกษาเริ่มต้น ก็ต่อเมื่อคนรู้จักคิด
Learning starts when thinking starts.
เมื่อคนรู้จักคิด ชีวิตก็เริ่มมีการศึกษา
When man starts to think, life becomes an education.
การศึกษาถูกทิศ ชีวิตก็ถูกทาง
Good education leads to good life.
เมืองใดไม่รักการอ่าน เมืองนั้นไม่นานเป็นข้า
A nation that does not love reading will soon become a slave.
เมืองใดยกย่องพาลา เมืองนั้นไม่ช้าเสื่อมทราม
A nation that admires vices will soon degenerate.
เมืองใดบูชาคอร์รัปชั่น เมืองนั้นจะถึงกาลล่มสลาย
A nation that worships corruption will soon collapse.
เมืองใดเชื่อถืองมงาย เมืองนั้นจะกลายกาลียุค
A superstitious nation will soon turn into chaos.
มีกัลยาณมิตร ก็เหมือนมีดวงอาทิตย์ประจำตัว
Having a good friend is like having a guiding star.
ทำไม่ดีต่อคนอื่น ก็เหมือนยื่นปลายดาบเข้าหาตัวเอง
Mistreating others is like pointing a sword at yourself.
ข้อดีของการอยู่ในระบบ ก็คือ มีความมั่นคง
แต่ข้อเสียของการอยู่ในระบบ ก็คือ มันริบเอา อิสรภาพไปจากเรา
Being part of a system gives us “stability”
but takes away our “liberty”.
ทำงานดี งานก็สร้างคน ทำงานสับสน คนก็เสียเพราะงาน
Decent work makes decent people.
Indecent work makes indecent people.
มีโอกาสจะเอามาให้อ่านกันอีกครับ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พุทธศาสนา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พุทธศาสนา แสดงบทความทั้งหมด
วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2558
วันพฤหัสบดีที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2555
วันอาสาฬหบูชา 2-8-55
เนื่องจากวันนี้เป็นวันอาสาฬหบูชาและในวันพรุ่งเป็น
วันเข้าพรรษา เป็นวันสำคัญของพวกเราชาวพุทธ
ทั้ง 2 วันติดกัน เป็นโอกาสดีเราจะได้เข้าวัดทำบุญ
และได้และหยุดพักผ่อน อีก 2 วัน ผมขอร่วมบุญด้วย
การนำกลอนธรรมดี จากหนังสือบรมธรรม 35
ชุดคู่มือเพื่อการสร้างสรรค์ชีวิต
คติธรรมแห่งฟ้าอภัยบาป (1)
ของสมาคมเผยแผ่คุณธรรม “เต็กก่า” จีจินเกาะ
มาให้พวกเราได้อ่านกัน
หน้า 53
สัมมา คือ ความดีงามควรปฏิบัติ
ปธาน คือเพียรมนัสไม่ขัดข้อง
สี่ ข้อธรรมอันเป็นทางเป็นครรลอง
เหตุ อันผ่องผุดผาดสะอาดงาม
แห่ง หนใดใจเพียรชอบประกอบกิจ
ความ ทั้งนั้นย่อมสัมฤทธิ์กิจประสาน
ดี ด้วยความเพียรมั่นเป็นต้นทาง
งาม ด้วยย่างดำเนินไปโดยพากเพียร
ของ อันมีความดีงามเป็นทางทิศ
ชีวิต จึ่งสัมฤทธิ์ไม่ผิดเพี้ยน
พึง ตั้งมั่นในมานะวิริยะพากเพียร
พิศ ดังนี้จงหมั่นเพียรเรียนรู้ธรรม
เป็น มนุนย์สุดประเสริฐเลิศด้วยเพียร
หลัก ชีวิตไม่แผกเพี้ยนเป็นฉนำ
คุณ ค่าคนอยู่ที่มีมานะประจำ
ธรรม เลิศล้ำจึงบำเพ็ญเห็นแจ้งจริง
สัมมาปธานสี่ คือหลักธรรมสี่ประการอันจะยังให้มนุษย์มีความเพียรโดยชอบ ประกอบด้วย
1. สังวรปธาน คือ ความเพียรระวัง ยับยั้ง ปิดกั้นมิให้บาปอกุศลที่ยังไม่เกิดมิให้เกิดขึ้นมา
2. ปหานปธาน คือ ความเพียรละขจัด กำจัดบาปอกุศลที่เกิดขึ้นแล้วให้หมดสิ้นไป
3. ภาวนาปธาน คือ ความเพียรเจริญ ก่อให้เกิดกุศลที่ยังไม่เกิดให้เกิดมีขึ้น
4. อนุรักขนาปธาน คือ ความเพียรรักษา ดูแลให้กุศลธรรมอันบังเอิญขึ้นแล้วให้ตั้งมั่นดำรงอยู่โดยเจริญงอกงามเติบโตจึงพร้อมด้วยความไพบูลย์
หน้า 46
พรหม เทพมีใจบริสุทธิ์ฉุดช่วยสรรพสัตว์
วิหาร คือดวงมนัสจำรัสสดใส
สี่ สถานเป็นหลักธรรมอันอำไพ
เหตุ นี้ไซร้ใจจึงเป็นที่อยู่แห่งพรหม
แห่ง หนใดที่มีธรรมเป็นเครื่องอยู่
ความ จงรู้ดูที่ใจใฝ่กุศล
ประเสริฐ สุดด้วยจิตคิดมงคล
บริสุทธิ์ ผลกมลธรรมตั้งกลางใจ
ของ มนุษย์ทุกผู้นามวานควรพิศ
ชีวิต หนอหนึ่งชีวิตจิตผ่องใส
พึง มีพรหมวิหารธรรมประจำใจ
พิศ เห็นไซร้ให้บำเพ็ญเป็นครรลอง
เป็น มนุษย์สุดประเสริฐเลิศเหมือนพรหม
หลัก ธรรมมีในใจตนตนจงผุดผ่อง
คุณ ค่าอยู่โดยรู้ธรรมนำครรลอง
ธรรม ทั้งผองย่อมมีใจเป็นต้นทาง
พรหมวิหารธรรมสี่ คือ หลักธรรมอันเป็นเครื่องอยู่ที่ประเสริฐสี่ประการ เป็นธรรมประจำใจที่ประเสริฐเลิศล้ำเป็นหลักความประพฤติที่ประเสริฐบริสุทธิ์ และเป็นหลักธรรมอันพึงมีไว้ประจำใจเพื่อใช้กำกับความประพฤติ ยังให้ชีวิตได้โดยหมดจดงดงาม มีการปฏิบัติตนต่อผู้อื่นโดยชอบ ประกอบด้วยข้อธรรมสี่ประกอบ ดังนี้
1. เมตตา คือ ความรักใคร่ ปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุขมีจิตไมตรี คิดประกอบบำเพ็ญประโยชน์แก่มนุษย์โดยทั่วหน้า
2. กรุณา คือ ความสงสาร คิดช่วยผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ มีจิตอารีโอบอ้อม หมายเกื้อกูลช่วยเหลือสรรพชีวิตด้วยการปลดเปลื้อง บำบัดความทุกข์ยากเดือดร้อนของสรรพสัตว์ให้หมดสิ้นไป
3. มุทิตา คือ ความยินดีในเมื่อผู้อื่นมีความอยู่ดีเป็นสุข มีจิตใจบันเทิงเบิกบาน แช่มชื่น พลอยยินดีเมื่อผู้อื่นมีความอยู่เย็นเป็นสุข มีความเจริญงอกงามยิ่งขึ้น
4. อุเบกขา คือ ความวางใจเป็นกลาง มีจิตเรียบตรงเที่ยงธรรม ไม่โอนเอนไปด้วยความชอบชัง รู้สงบวางเฉย โดยพิจารณาเห็นความเป็นไปของผู้อื่นตามหลักแห่งธรรม
เมตตาจิตคิดผู้อื่นมีความสุข
ถ้วนมนุษย์สุขเกษมเปรมหรรษา
กรุณาโดยสงสารคนผู้ทุกชีวา
มีเวทนาอนาทรผู้ร้อนภัย
มุทิตาพลอยยินดีคนมีสุข
เขาไร้ทุกข์เราก็ร่วมสุขผ่องใส
อุเบกขารู้สงบเฉยรู้วางใจ
พิศให้เห็นความเป็นไปตามหลักธรรม
พรหมวิหารสี่ประการธรรมข้างต้น
ใช้กำกับประพฤติตนมิถลำ
ต้องหมั่นมีให้คู่ใจเป็นประจำ
จึงเลิศล้ำดังหนึ่งพรหมจงเข้าใจ
นี้เป็นธรรมอันประเสริญบริสุทธิ์
ที่มนุษย์ทุกผู้นามควรมีไว้
ให้กำกับความประพฤกำกับใจ
เป็นพรชัยของชีวิตทุกผู้คน
ขอให้ทุกคนทุกคน มีความสุข มีความเจริญ
ประกอบการงานทุกอย่าง ด้วยสัมมาสติ ครับ
วันเข้าพรรษา เป็นวันสำคัญของพวกเราชาวพุทธ
ทั้ง 2 วันติดกัน เป็นโอกาสดีเราจะได้เข้าวัดทำบุญ
และได้และหยุดพักผ่อน อีก 2 วัน ผมขอร่วมบุญด้วย
การนำกลอนธรรมดี จากหนังสือบรมธรรม 35
ชุดคู่มือเพื่อการสร้างสรรค์ชีวิต
คติธรรมแห่งฟ้าอภัยบาป (1)
ของสมาคมเผยแผ่คุณธรรม “เต็กก่า” จีจินเกาะ
มาให้พวกเราได้อ่านกัน
หน้า 53
สัมมา คือ ความดีงามควรปฏิบัติ
ปธาน คือเพียรมนัสไม่ขัดข้อง
สี่ ข้อธรรมอันเป็นทางเป็นครรลอง
เหตุ อันผ่องผุดผาดสะอาดงาม
แห่ง หนใดใจเพียรชอบประกอบกิจ
ความ ทั้งนั้นย่อมสัมฤทธิ์กิจประสาน
ดี ด้วยความเพียรมั่นเป็นต้นทาง
งาม ด้วยย่างดำเนินไปโดยพากเพียร
ของ อันมีความดีงามเป็นทางทิศ
ชีวิต จึ่งสัมฤทธิ์ไม่ผิดเพี้ยน
พึง ตั้งมั่นในมานะวิริยะพากเพียร
พิศ ดังนี้จงหมั่นเพียรเรียนรู้ธรรม
เป็น มนุนย์สุดประเสริฐเลิศด้วยเพียร
หลัก ชีวิตไม่แผกเพี้ยนเป็นฉนำ
คุณ ค่าคนอยู่ที่มีมานะประจำ
ธรรม เลิศล้ำจึงบำเพ็ญเห็นแจ้งจริง
สัมมาปธานสี่ คือหลักธรรมสี่ประการอันจะยังให้มนุษย์มีความเพียรโดยชอบ ประกอบด้วย
1. สังวรปธาน คือ ความเพียรระวัง ยับยั้ง ปิดกั้นมิให้บาปอกุศลที่ยังไม่เกิดมิให้เกิดขึ้นมา
2. ปหานปธาน คือ ความเพียรละขจัด กำจัดบาปอกุศลที่เกิดขึ้นแล้วให้หมดสิ้นไป
3. ภาวนาปธาน คือ ความเพียรเจริญ ก่อให้เกิดกุศลที่ยังไม่เกิดให้เกิดมีขึ้น
4. อนุรักขนาปธาน คือ ความเพียรรักษา ดูแลให้กุศลธรรมอันบังเอิญขึ้นแล้วให้ตั้งมั่นดำรงอยู่โดยเจริญงอกงามเติบโตจึงพร้อมด้วยความไพบูลย์
หน้า 46
พรหม เทพมีใจบริสุทธิ์ฉุดช่วยสรรพสัตว์
วิหาร คือดวงมนัสจำรัสสดใส
สี่ สถานเป็นหลักธรรมอันอำไพ
เหตุ นี้ไซร้ใจจึงเป็นที่อยู่แห่งพรหม
แห่ง หนใดที่มีธรรมเป็นเครื่องอยู่
ความ จงรู้ดูที่ใจใฝ่กุศล
ประเสริฐ สุดด้วยจิตคิดมงคล
บริสุทธิ์ ผลกมลธรรมตั้งกลางใจ
ของ มนุษย์ทุกผู้นามวานควรพิศ
ชีวิต หนอหนึ่งชีวิตจิตผ่องใส
พึง มีพรหมวิหารธรรมประจำใจ
พิศ เห็นไซร้ให้บำเพ็ญเป็นครรลอง
เป็น มนุษย์สุดประเสริฐเลิศเหมือนพรหม
หลัก ธรรมมีในใจตนตนจงผุดผ่อง
คุณ ค่าอยู่โดยรู้ธรรมนำครรลอง
ธรรม ทั้งผองย่อมมีใจเป็นต้นทาง
พรหมวิหารธรรมสี่ คือ หลักธรรมอันเป็นเครื่องอยู่ที่ประเสริฐสี่ประการ เป็นธรรมประจำใจที่ประเสริฐเลิศล้ำเป็นหลักความประพฤติที่ประเสริฐบริสุทธิ์ และเป็นหลักธรรมอันพึงมีไว้ประจำใจเพื่อใช้กำกับความประพฤติ ยังให้ชีวิตได้โดยหมดจดงดงาม มีการปฏิบัติตนต่อผู้อื่นโดยชอบ ประกอบด้วยข้อธรรมสี่ประกอบ ดังนี้
1. เมตตา คือ ความรักใคร่ ปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุขมีจิตไมตรี คิดประกอบบำเพ็ญประโยชน์แก่มนุษย์โดยทั่วหน้า
2. กรุณา คือ ความสงสาร คิดช่วยผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ มีจิตอารีโอบอ้อม หมายเกื้อกูลช่วยเหลือสรรพชีวิตด้วยการปลดเปลื้อง บำบัดความทุกข์ยากเดือดร้อนของสรรพสัตว์ให้หมดสิ้นไป
3. มุทิตา คือ ความยินดีในเมื่อผู้อื่นมีความอยู่ดีเป็นสุข มีจิตใจบันเทิงเบิกบาน แช่มชื่น พลอยยินดีเมื่อผู้อื่นมีความอยู่เย็นเป็นสุข มีความเจริญงอกงามยิ่งขึ้น
4. อุเบกขา คือ ความวางใจเป็นกลาง มีจิตเรียบตรงเที่ยงธรรม ไม่โอนเอนไปด้วยความชอบชัง รู้สงบวางเฉย โดยพิจารณาเห็นความเป็นไปของผู้อื่นตามหลักแห่งธรรม
เมตตาจิตคิดผู้อื่นมีความสุข
ถ้วนมนุษย์สุขเกษมเปรมหรรษา
กรุณาโดยสงสารคนผู้ทุกชีวา
มีเวทนาอนาทรผู้ร้อนภัย
มุทิตาพลอยยินดีคนมีสุข
เขาไร้ทุกข์เราก็ร่วมสุขผ่องใส
อุเบกขารู้สงบเฉยรู้วางใจ
พิศให้เห็นความเป็นไปตามหลักธรรม
พรหมวิหารสี่ประการธรรมข้างต้น
ใช้กำกับประพฤติตนมิถลำ
ต้องหมั่นมีให้คู่ใจเป็นประจำ
จึงเลิศล้ำดังหนึ่งพรหมจงเข้าใจ
นี้เป็นธรรมอันประเสริญบริสุทธิ์
ที่มนุษย์ทุกผู้นามควรมีไว้
ให้กำกับความประพฤกำกับใจ
เป็นพรชัยของชีวิตทุกผู้คน
ขอให้ทุกคนทุกคน มีความสุข มีความเจริญ
ประกอบการงานทุกอย่าง ด้วยสัมมาสติ ครับ
วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554
คำศัพท์พระพุทธศาสนา(อังกฤษ)-2
วันก็เอาที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ภาคอังกฤษ-ไทย
มาให้ได้ดูกันอีกตอน ผมก็หวังว่าทุกคนทุกท่านจะได้
ประโยชน์จากการเข้ามาดู
Lord Buddha พระพุทธเจ้า
mendicant คนขอทาน
mercy ความเมตตา
milk and rice pudding ข้าวมธุปายาส
monastery วัด, อาราม
non-attachment ความไม่ยึดติดถือมั่น
nun แม่ชี
ordination การออกบวช
perception การรับรู้
practicing self-mortification การบำเพ็ญทุกรกิริยา
pure happiness and freedom from misery
ความสุขที่แท้จริงและอิสระของความทุกข์
ritual พิธีกรรม
sage นักปราชญ์, บัณฑิต
Sal tree ต้นสาละ(ต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าประสูติและปรินิพพาน)
sect นิกาย(ทางศาสนา)
sensation ความรู้สึกต่อการได้สัมผัส
serenity ความเงียบสงบ
sermon การเทศนา, บทสวด
shrine หิ้งบูชา, ปูชนียสถาน
sitting in meditation นั่งสมาธิ, อยู่ในสมาธิ
spiritual food อาหารทางจิตวิญญาณ
stupa สถูป
supernatural knowledge ความรู้ในสิ่งที่เหนือธรรมชาติ
surrender ยอมแพ้, สละออกไป
the absolute omniscient one ผู้รอบรอบในทุกสิ่ง
the Awakened One ผู้ที่ตื่นรู้แล้ว, ผู้ที่ตรัสรู้แล้ว
the cause of sorrow สาเหตุแห่งความโศกเศร้า(ความทุกข์)
the cause of suffering สาเหตุแห่งความทุกข์
the Deer Park ป่าอิป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
the enlightened one ผู้ที่ตรัสรู้แล้ว
the first five disciples ปัญจวัคคีย์
the first sermon ปฐมเทศนา
the five companions ปัญจวัคคีย์
the house of a poor Brahmin บ้านของพราหมณ์ผู้ยากจน
the Middle Way ทางสายกลาง
the right path เส้นทางที่ถูกต้อง
the seed of faith เมล็ดพันธุ์แห่งศรัทธา
the sermon of Lord Buddha การเทศนาของพระพุทธเจ้า
the spiritual awakening การตื่นรู้ทางจิตวิญญาณ
the steps necessary ขั้นตอนต่างๆที่จำเป็น
tranquility of the mind ความสงบทางใจ
unconsciousness ความไม่รู้สึกตัว, ความขาดสติ
Virtuous เกี่ยวกับหลักศีลธรรม, ที่เป็นพรหมจรรย์
Wheel of Dharma กงล้อแห่งธรรม
Yogic practices การบำเพ็ญตบะโยคะเพื่อเอาชนะกิเลส
แบบพราหมณ์-ฮินดู
* * * * * *
มาให้ได้ดูกันอีกตอน ผมก็หวังว่าทุกคนทุกท่านจะได้
ประโยชน์จากการเข้ามาดู
Lord Buddha พระพุทธเจ้า
mendicant คนขอทาน
mercy ความเมตตา
milk and rice pudding ข้าวมธุปายาส
monastery วัด, อาราม
non-attachment ความไม่ยึดติดถือมั่น
nun แม่ชี
ordination การออกบวช
perception การรับรู้
practicing self-mortification การบำเพ็ญทุกรกิริยา
pure happiness and freedom from misery
ความสุขที่แท้จริงและอิสระของความทุกข์
ritual พิธีกรรม
sage นักปราชญ์, บัณฑิต
Sal tree ต้นสาละ(ต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าประสูติและปรินิพพาน)
sect นิกาย(ทางศาสนา)
sensation ความรู้สึกต่อการได้สัมผัส
serenity ความเงียบสงบ
sermon การเทศนา, บทสวด
shrine หิ้งบูชา, ปูชนียสถาน
sitting in meditation นั่งสมาธิ, อยู่ในสมาธิ
spiritual food อาหารทางจิตวิญญาณ
stupa สถูป
supernatural knowledge ความรู้ในสิ่งที่เหนือธรรมชาติ
surrender ยอมแพ้, สละออกไป
the absolute omniscient one ผู้รอบรอบในทุกสิ่ง
the Awakened One ผู้ที่ตื่นรู้แล้ว, ผู้ที่ตรัสรู้แล้ว
the cause of sorrow สาเหตุแห่งความโศกเศร้า(ความทุกข์)
the cause of suffering สาเหตุแห่งความทุกข์
the Deer Park ป่าอิป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
the enlightened one ผู้ที่ตรัสรู้แล้ว
the first five disciples ปัญจวัคคีย์
the first sermon ปฐมเทศนา
the five companions ปัญจวัคคีย์
the house of a poor Brahmin บ้านของพราหมณ์ผู้ยากจน
the Middle Way ทางสายกลาง
the right path เส้นทางที่ถูกต้อง
the seed of faith เมล็ดพันธุ์แห่งศรัทธา
the sermon of Lord Buddha การเทศนาของพระพุทธเจ้า
the spiritual awakening การตื่นรู้ทางจิตวิญญาณ
the steps necessary ขั้นตอนต่างๆที่จำเป็น
tranquility of the mind ความสงบทางใจ
unconsciousness ความไม่รู้สึกตัว, ความขาดสติ
Virtuous เกี่ยวกับหลักศีลธรรม, ที่เป็นพรหมจรรย์
Wheel of Dharma กงล้อแห่งธรรม
Yogic practices การบำเพ็ญตบะโยคะเพื่อเอาชนะกิเลส
แบบพราหมณ์-ฮินดู
* * * * * *
วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554
คำศัพท์กับพุทธศาสนา(อังกฤษ)-1
วันนี้ขอแถม อีกสักหัวข้อหนึ่ง เป็นเรื่องคำศัพท์ภาษาอังกฤษ
ที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา (Buddhism Vocabulary list)
ที่ชาวต่างชาติ เขาใช้เขียนบรรยายเรื่องราวหรือบทความ
เกี่ยวกับพุทธศาสนา มาให้ดูกับ
a Buddhistic philosopher นักปรัชญาทางพุทธศาสนา
a decaying corpse ซากศพที่เน่าเปื่อย
a dharma talk การพูดคุยเกี่ยวกับธรรมะ
a diseased man คนที่เจ็บป่วย
a group of five companions ปัญจวัคคีย์
a path of moderation away from the extremes of
self-indulgence and self-mortification ทางสายกลางที่ทำให้
ห่างไกลจากความสุดขั้วทั้ง 2 อย่างคือ การทำตนให้สบาย
(ติดสุข)เกินไปและการทำตนให้ลำบากทรมาน(ติดทุกข์)เกินไป
a perfectly enlightened soul จิตใจที่สว่างกระจ่างโดยสมบูรณ์
a pipal tree ต้นโพธิ์
a spiritual teacher ครูทางจิตวิญญาณ
abandonment การทอดทิ้ง, การสละออกไป
allurement and temptations สิ่งยั่วยวนและสิ่งลวงใจ
alms ของบริจาค, ของให้ทาน
an ascetic นักบวช
an equal capacity for awakening
ความสมารถอย่างเท่าเทียมกันในการตื่นรู้(ตรัสรู้)
an understanding of the true nature of the mind
ความเข้าใจของความจริงของธรรมชาติของจิต
ascetic life ชีวิตการเป็นนักบวช
attachment ความยึดติดถือมั่น
awakened one ผู้ที่เตือนรู้แล้ว, ผู้ที่ตรัสรู้แล้ว
bowl บาตร
Buddha's followers ผู้ที่ติดตามพระพุทธเจ้า, สาวก
Buddha's two chief male disciples พระอัครสาวกทั้ง 2 ของพระพุทธเจ้า
Buddhist monk นักบวชในพระพุทธศาสนา
Buddhistic nun แม่ชีในพระพุทธศาสนา
calmness ความสงบ
cessation การหยุดชะงัก
chaste ซึ่งรักษาพรหมจารี, ปราศจากมลทิน
clinging ความยึดติดถือมั่น
compassion ความเห็นใจ
component ส่วนประกอบ
consciousness ความตระหนักรู้, ความรู้สึกตัว
defilement กิเลส
disciple ลูกศิยษ์, สาวก
earthly existence ความมีอยู่ในโลก
Enlightenment การตรัสรู้
equality and unity ความเท่าเทียมกันและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
female ascetic นักบวชหญิง
Four Noble Truths ความจริงอันประเสริญ 4 ประการ, อริยสัจ 4
free from ignorance, greed, hatred
อิสระจากความไม่รู้, ความโลภ, ความเกลียด
hermit ฤๅษี, ดาบส
Hinduism ศาสนาฮินดู
householder ผู้ครองเรือน
human suffering ความทุกข์ของมนุษย์
ignorance ความไม่รู้
* * โปรติดตามในตอนต่อไปครับ...* *
ที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา (Buddhism Vocabulary list)
ที่ชาวต่างชาติ เขาใช้เขียนบรรยายเรื่องราวหรือบทความ
เกี่ยวกับพุทธศาสนา มาให้ดูกับ
a Buddhistic philosopher นักปรัชญาทางพุทธศาสนา
a decaying corpse ซากศพที่เน่าเปื่อย
a dharma talk การพูดคุยเกี่ยวกับธรรมะ
a diseased man คนที่เจ็บป่วย
a group of five companions ปัญจวัคคีย์
a path of moderation away from the extremes of
self-indulgence and self-mortification ทางสายกลางที่ทำให้
ห่างไกลจากความสุดขั้วทั้ง 2 อย่างคือ การทำตนให้สบาย
(ติดสุข)เกินไปและการทำตนให้ลำบากทรมาน(ติดทุกข์)เกินไป
a perfectly enlightened soul จิตใจที่สว่างกระจ่างโดยสมบูรณ์
a pipal tree ต้นโพธิ์
a spiritual teacher ครูทางจิตวิญญาณ
abandonment การทอดทิ้ง, การสละออกไป
allurement and temptations สิ่งยั่วยวนและสิ่งลวงใจ
alms ของบริจาค, ของให้ทาน
an ascetic นักบวช
an equal capacity for awakening
ความสมารถอย่างเท่าเทียมกันในการตื่นรู้(ตรัสรู้)
an understanding of the true nature of the mind
ความเข้าใจของความจริงของธรรมชาติของจิต
ascetic life ชีวิตการเป็นนักบวช
attachment ความยึดติดถือมั่น
awakened one ผู้ที่เตือนรู้แล้ว, ผู้ที่ตรัสรู้แล้ว
bowl บาตร
Buddha's followers ผู้ที่ติดตามพระพุทธเจ้า, สาวก
Buddha's two chief male disciples พระอัครสาวกทั้ง 2 ของพระพุทธเจ้า
Buddhist monk นักบวชในพระพุทธศาสนา
Buddhistic nun แม่ชีในพระพุทธศาสนา
calmness ความสงบ
cessation การหยุดชะงัก
chaste ซึ่งรักษาพรหมจารี, ปราศจากมลทิน
clinging ความยึดติดถือมั่น
compassion ความเห็นใจ
component ส่วนประกอบ
consciousness ความตระหนักรู้, ความรู้สึกตัว
defilement กิเลส
disciple ลูกศิยษ์, สาวก
earthly existence ความมีอยู่ในโลก
Enlightenment การตรัสรู้
equality and unity ความเท่าเทียมกันและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
female ascetic นักบวชหญิง
Four Noble Truths ความจริงอันประเสริญ 4 ประการ, อริยสัจ 4
free from ignorance, greed, hatred
อิสระจากความไม่รู้, ความโลภ, ความเกลียด
hermit ฤๅษี, ดาบส
Hinduism ศาสนาฮินดู
householder ผู้ครองเรือน
human suffering ความทุกข์ของมนุษย์
ignorance ความไม่รู้
* * โปรติดตามในตอนต่อไปครับ...* *
วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2554
คำศัพท์เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า2
ในหัวข้อนี้ก็ขอเป็นภาคต่อจากหัวข้อที่แล้ว....
ก็แล้วกันนะครับ แต่จะเป็นคำศัพท์ทั่วไปในพระพุทธศาสนา
ที่น่าสนใจ
Ahimsa อหิงสา (การไม่ใช้ความรุนแรง)
Arahant พระอรหันต์ (พระ- อะ-ระ-หัน) ผู้ละจากกิเลสได้หมดสิ้นแล้ว
Bodhisattva พระโพธิสัตว์ บุคคลที่บำเพ็ญบารมีต่างๆ
เพื่อให้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต
Brahmin พราหมณ์
Buddha พุทธะ, พระพุทธเจ้า
Buddhism ศาสนาพุททธ
Buddhist ชาวพุทธ
Dharma พระธรรม
Dharmo ธัมโม
Gautama Buddha พระโคตมพุทธเจ้า, โคดม
Gotama Buddha พระโคตมพุทธเจ้า, โคดม
Jhāna ฌาน
Kilesas กิเลส
Mahayana นิกายมหายาน
Maya มายา
Nirmāṇarati heaven สวรรค์ชั้นนิมมานรดี ชั้นที่5
Nirvana พระนิพพาน
Parinirvana ปรินิพพาน
Śākyamuni พระศากยมุนี
Samadhi สมาธิ
Sammāsambuddha (Pali) พระสัมมาสัมพุทธะ (ผู้ที่ตรัสรู้ได้เอง)
Sangha คณะสงฆ์
Shakyamuni Buddha พระศากยมุนี
Siddhattha เจ้าชายสิทธัตถะ
Sotapanna พระโสดาบัน
Theravāda นิกายเถรวาท
Tuṣita Heaven สวรรค์ชั้นดุสิต ชั้นที่4
Vedas เทวดา
Vinaya พระธรรมวินัย
Yāma heaven สวรรค์ชั้นยามา ชั้นที่3
Sakhya Muni พระศากยมุนี
Sambuddho สัมพุธโธ ผู้รอบรอบในทุกสิ่ง
หลักไตรลักษณ์หรือสามัญลักษณ์
Anicca (Pali), anitya (Sanskrit) อนิจจัง
Dukkha (Pali), duḥkha (Sanskrit) ทุกขัง
Anattā (Pali), anātman (Sanskrit:) อนัตตา
ชื่อพระสูตรที่น่าสนใจ
Dhammacakkappavattana Sutta ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
(พระสูตรของการหมุนวงล้อแห่งพระธรรม)
ที่แสดงต่อปัญจวัคคีย์
Anattalakkhana Sutta อนันตลักขณสูตร พระสูตรที่แสดงถึง
ความอนัตตา ไม่มีมีตัวตนไม่ใช่ของคนในขันธ์5
Kalama Sutta กาลามสูตรกาลามสูตร คือ พระสูตรที่พระพุทธเจ้า
ทรงแสดงแก่ชาวกาลามะ หมู่บ้านเกสปุตติยนิคม แคว้นโกศล
เป็นหลักแห่งความเชื่อ
* * * * *
ก็แล้วกันนะครับ แต่จะเป็นคำศัพท์ทั่วไปในพระพุทธศาสนา
ที่น่าสนใจ
Ahimsa อหิงสา (การไม่ใช้ความรุนแรง)
Arahant พระอรหันต์ (พระ- อะ-ระ-หัน) ผู้ละจากกิเลสได้หมดสิ้นแล้ว
Bodhisattva พระโพธิสัตว์ บุคคลที่บำเพ็ญบารมีต่างๆ
เพื่อให้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต
Brahmin พราหมณ์
Buddha พุทธะ, พระพุทธเจ้า
Buddhism ศาสนาพุททธ
Buddhist ชาวพุทธ
Dharma พระธรรม
Dharmo ธัมโม
Gautama Buddha พระโคตมพุทธเจ้า, โคดม
Gotama Buddha พระโคตมพุทธเจ้า, โคดม
Jhāna ฌาน
Kilesas กิเลส
Mahayana นิกายมหายาน
Maya มายา
Nirmāṇarati heaven สวรรค์ชั้นนิมมานรดี ชั้นที่5
Nirvana พระนิพพาน
Parinirvana ปรินิพพาน
Śākyamuni พระศากยมุนี
Samadhi สมาธิ
Sammāsambuddha (Pali) พระสัมมาสัมพุทธะ (ผู้ที่ตรัสรู้ได้เอง)
Sangha คณะสงฆ์
Shakyamuni Buddha พระศากยมุนี
Siddhattha เจ้าชายสิทธัตถะ
Sotapanna พระโสดาบัน
Theravāda นิกายเถรวาท
Tuṣita Heaven สวรรค์ชั้นดุสิต ชั้นที่4
Vedas เทวดา
Vinaya พระธรรมวินัย
Yāma heaven สวรรค์ชั้นยามา ชั้นที่3
Sakhya Muni พระศากยมุนี
Sambuddho สัมพุธโธ ผู้รอบรอบในทุกสิ่ง
หลักไตรลักษณ์หรือสามัญลักษณ์
Anicca (Pali), anitya (Sanskrit) อนิจจัง
Dukkha (Pali), duḥkha (Sanskrit) ทุกขัง
Anattā (Pali), anātman (Sanskrit:) อนัตตา
ชื่อพระสูตรที่น่าสนใจ
Dhammacakkappavattana Sutta ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
(พระสูตรของการหมุนวงล้อแห่งพระธรรม)
ที่แสดงต่อปัญจวัคคีย์
Anattalakkhana Sutta อนันตลักขณสูตร พระสูตรที่แสดงถึง
ความอนัตตา ไม่มีมีตัวตนไม่ใช่ของคนในขันธ์5
Kalama Sutta กาลามสูตรกาลามสูตร คือ พระสูตรที่พระพุทธเจ้า
ทรงแสดงแก่ชาวกาลามะ หมู่บ้านเกสปุตติยนิคม แคว้นโกศล
เป็นหลักแห่งความเชื่อ
* * * * *
คำศัพท์เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า(ภาคบาลี)
วันนี้ผมได้รวบรวมคำศัพท์เกี่ยวกับพุทธประวัติ (เท่าที่หาได้)
มาให้ได้ดูกัน แบ่งเป็นหมวดตามนี้ครับ ถ้าบางคำที่ซ้ำก็ต้อง
ขออภัยครับ
หมวดราชสกุล
Royal Sakyan ศากยวงศ์ ราชสกุลฝ่ายพระบิดาของเจ้าชายสิทธัตถะ
Royal Koliyan โกลิยะวงศ์ราชสกุลฝ่ายพระมารดาของเจ้าชายสิทธัตถะ
หมวดบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธ(เท่าที่หามาได้)
Alara Kalama อาฬารดาบส กาลามโครตร (Pali)
พระอาจารย์คนแรกหลังจากที่เจ้าชายสิทธัตถะออกผนวช
Ananda พระอานนท์ (เป็นลูกพี่ลูกน้องเจ้าชายสิทธัตถะ)
Angulimala พระองคุลิมาล
Anuruddha พระอนุรุทธ์ (เป็นลูกพี่ลูกน้องเจ้าชายสิทธัตถะ)
charioteer Channa นายฉันทะ(คนขับรถม้าของเจ้าชายสิทธัตถะ)
Devadatta พระเทวทัต (เป็นลูกพี่ลูกน้องเจ้าชายสิทธัตถะ)
horse Kanthaka ม้ากัณฐกะ(ม้าที่เจ้าชายสิทธัตถะขี่)
Kassapa พระกัสสัปปะ
Kaundinya พระโกญทัญญะ
King Bimbisara พระเจ้าพิมพิสาร (ผู้ที่สร้างวัดแห่งแรก
ในพระพุทธศาสนา คือ วัดเวฬุวัน)
King Śuddhodana พระเจ้าสุทโธทนะ
Maha Pajapati พระนางปชาบดีโคตมี เป็นผู้เลี้ยงดูเจ้าชายสิทธัตถะ
(เป็นพระกนิษฐาของพระนางสิริมหามายา)
Māra พญามาร
Prince Siddhārtha เจ้าชายสิทธัตถะ
Queen Maha Maya (Māyādevī) พระนางสิริมหามายา
(มายาเทวี) พระมารดาของเจ้าชายสิทธัตถะ
Rahula ราหุล (บ่วง) พระโอรสของเจ้าชายสิทธัตถะ
Sujata นางสุชาดา ผู้ถวายข้าวมธุปายาส หลังจากที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้
Udaka Ramaputta (Pali) อุทกดาบส รามบุตร พระอาจารย์คนที่2
หลังจากที่เจ้าชายสิทธัตถะออกผนวช
Upali พระอุบาลี (พระญาติของเจ้าชายสิทธัตถะ)
Yaśodharā พระนางยโสธรา(นางพิมพา) พระชายาของเจ้าชายสิทธัตถะ
หมวดพระอัครสาวก
Sariputta พระสารีบุตรเป็นพระอัครสาวกเบื้องขวา
มีความเป็นเลิศกว่าผู้อื่นทางปัญญา
Maudgalyayana พระโมคคัลลานะเป็นพระอัครสาวกเบื้องซ้าย
มีความเป็นเลิศกว่าผู้อื่นทางฤทธิ์มาก
Pañcavaggiyā ปัญจวัคคีย์
Kondañña, (Aññā Kondañña) พระโกณฑัญญะ
Vappa พระวัปปะ
Bhaddiya พระภัททิยะ
Mahānāma พระมหานาม
Assaji พระอัสสชิ
สถานที่ในพุทธประวัติ
Kapilvastu กรุงกบิลพัสดุ์
Kingdom of Kosala แคว้นโกศลที่ตั้งวัดพระเชตวัน
สร้างโดยอนาถบิณฑิกเศรษฐี
Kuśināra of the Malla kingdom เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ
เป็นแคว้นที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน ณ สาลวโนทยาน
Lumbini ลุมพินีวัน (สถานที่ประสูติ)
Mount Palpa in the Himalayan เชิงเขาที่ประสูติ
Rajagaha, capital of Magadha กรุงราชคฤห์ เมืองหลวง
ของแคว้นมคธ ของพระเจ้าพิมพิสาร
Sravasti, the capital of the kingdom of Kosala
สาวัตถีเมืองหลวงหลวง แคว้นโกศล ที่ตั้งวัดพระเชตวัน
Uruvelā ตำบลอุรุเวลา เสนานิคม
Veluvana วัดเวฬุวัน วัดแห่งแรกในพุทธศสนา
* * * * *
มาให้ได้ดูกัน แบ่งเป็นหมวดตามนี้ครับ ถ้าบางคำที่ซ้ำก็ต้อง
ขออภัยครับ
หมวดราชสกุล
Royal Sakyan ศากยวงศ์ ราชสกุลฝ่ายพระบิดาของเจ้าชายสิทธัตถะ
Royal Koliyan โกลิยะวงศ์ราชสกุลฝ่ายพระมารดาของเจ้าชายสิทธัตถะ
หมวดบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธ(เท่าที่หามาได้)
Alara Kalama อาฬารดาบส กาลามโครตร (Pali)
พระอาจารย์คนแรกหลังจากที่เจ้าชายสิทธัตถะออกผนวช
Ananda พระอานนท์ (เป็นลูกพี่ลูกน้องเจ้าชายสิทธัตถะ)
Angulimala พระองคุลิมาล
Anuruddha พระอนุรุทธ์ (เป็นลูกพี่ลูกน้องเจ้าชายสิทธัตถะ)
charioteer Channa นายฉันทะ(คนขับรถม้าของเจ้าชายสิทธัตถะ)
Devadatta พระเทวทัต (เป็นลูกพี่ลูกน้องเจ้าชายสิทธัตถะ)
horse Kanthaka ม้ากัณฐกะ(ม้าที่เจ้าชายสิทธัตถะขี่)
Kassapa พระกัสสัปปะ
Kaundinya พระโกญทัญญะ
King Bimbisara พระเจ้าพิมพิสาร (ผู้ที่สร้างวัดแห่งแรก
ในพระพุทธศาสนา คือ วัดเวฬุวัน)
King Śuddhodana พระเจ้าสุทโธทนะ
Maha Pajapati พระนางปชาบดีโคตมี เป็นผู้เลี้ยงดูเจ้าชายสิทธัตถะ
(เป็นพระกนิษฐาของพระนางสิริมหามายา)
Māra พญามาร
Prince Siddhārtha เจ้าชายสิทธัตถะ
Queen Maha Maya (Māyādevī) พระนางสิริมหามายา
(มายาเทวี) พระมารดาของเจ้าชายสิทธัตถะ
Rahula ราหุล (บ่วง) พระโอรสของเจ้าชายสิทธัตถะ
Sujata นางสุชาดา ผู้ถวายข้าวมธุปายาส หลังจากที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้
Udaka Ramaputta (Pali) อุทกดาบส รามบุตร พระอาจารย์คนที่2
หลังจากที่เจ้าชายสิทธัตถะออกผนวช
Upali พระอุบาลี (พระญาติของเจ้าชายสิทธัตถะ)
Yaśodharā พระนางยโสธรา(นางพิมพา) พระชายาของเจ้าชายสิทธัตถะ
หมวดพระอัครสาวก
Sariputta พระสารีบุตรเป็นพระอัครสาวกเบื้องขวา
มีความเป็นเลิศกว่าผู้อื่นทางปัญญา
Maudgalyayana พระโมคคัลลานะเป็นพระอัครสาวกเบื้องซ้าย
มีความเป็นเลิศกว่าผู้อื่นทางฤทธิ์มาก
Pañcavaggiyā ปัญจวัคคีย์
Kondañña, (Aññā Kondañña) พระโกณฑัญญะ
Vappa พระวัปปะ
Bhaddiya พระภัททิยะ
Mahānāma พระมหานาม
Assaji พระอัสสชิ
สถานที่ในพุทธประวัติ
Kapilvastu กรุงกบิลพัสดุ์
Kingdom of Kosala แคว้นโกศลที่ตั้งวัดพระเชตวัน
สร้างโดยอนาถบิณฑิกเศรษฐี
Kuśināra of the Malla kingdom เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ
เป็นแคว้นที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน ณ สาลวโนทยาน
Lumbini ลุมพินีวัน (สถานที่ประสูติ)
Mount Palpa in the Himalayan เชิงเขาที่ประสูติ
Rajagaha, capital of Magadha กรุงราชคฤห์ เมืองหลวง
ของแคว้นมคธ ของพระเจ้าพิมพิสาร
Sravasti, the capital of the kingdom of Kosala
สาวัตถีเมืองหลวงหลวง แคว้นโกศล ที่ตั้งวัดพระเชตวัน
Uruvelā ตำบลอุรุเวลา เสนานิคม
Veluvana วัดเวฬุวัน วัดแห่งแรกในพุทธศสนา
* * * * *
วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
พระนามของพระพุทธเจ้า
เนื่องด้วยเป็นช่วงครบ 1 ปีในการที่ผมได้จัดทำเว็บบล็อก
kruteewold ขึ้นมา ก็ขอฉลองครบรอบ 1 ขวบ ด้วยการ
อัญเชิญ พระนามของพระพุทธเจ้า 29 พระองค์
(แบบบาลี-อังกฤษและแปลเทียบเป็นภาษาไทย)
เพื่อเป็นศิริมงคลกับตัวผมและทุกท่านที่ได้เข้ามาอ่าน
แทนคำขอบคุณที่ทุกคนเข้ามาเยี่ยมชม ติดตาม ติชม
ตั้งคำถาม ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นกำลังใจที่ดีให้ผมเสมอครับ
1 Taṇhaṅkara พระตัณหังกรพุทธเจ้า
2 Medhaṅkara พระเมธังกรพุทธเจ้า
3 Saraṇaṅkara พระสรณังกรพุทธเจ้า
4 Dīpankara พระปัจฉิมทีปังกรพุทธเจ้า
5 Koṇḍañña พระโกณฑัญญะพุทธเจ้า
6 Maṅgala พระมังคละพุทธเจ้า
7 Sumana พระสุมนพุทธเจ้า
8 Revata พระเรวตพุทธเจ้า
9 Sobhita พระโสภิตะพุทธเจ้า
10 Anomadassi พระอโนมทัสสีพุทธเจ้า
11 Paduma พระปทุมะพุทธเจ้า
12 Nārada พระนารทะพุทธเจ้า
13 Padumuttara พระปทุมุตตระพุทธเจ้า
14 Sumedha พระสุเมธพุทธเจ้า
15 Sujāta พระสุชาตะพุทธเจ้า
16 Piyadassi พระปิยทัสสีพุทธเจ้า
17 Atthadassi พระอัตถะทัสสีพุทธเจ้า
18 Dhammadassī พระธรรมทัสสีพุทธเจ้า
19 Siddharttha พระสิทธัตถพุทธเจ้า
20 Tissa พระติสสะพุทธเจ้า
21 Phussa พระปุสสะพุทธเจ้า
22 Vipassī พระวิปัสสีพุทธเจ้า
23 Sikhī พระสิขีพุทธเจ้า
24 Vessabhū พระเวสสภูพุทธเจ้า
25 Kakusandha พระกกุสันโธพุทธเจ้า
26 Koṇāgamana พระโกนาคมนะพุทธเจ้า
27 Kassapa พระกัสสปะพุทธเจ้า
28 Gautama พระโคตมะพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าในยุคสมัยของพวกเรา)
29 Maitreya พระศรีอริยเมตไตรยพุทธเจ้า
เมื่อได้อ่านพระนามของพระพุทธเจ้าทั้งหลายแล้ว
สิ่งที่สำคัญคือ การที่เราได้ระนึกนึกถึงและปฏิบัติตามหลักคำสอน
ของพระองค์ได้ อันได้แก่ การทำดี ไม่ทำความชั่ว การทำใจให้สะอาด,
การมีสติรู้เนื้อรู้ตัว, การรักษาศีล, การชำระจิตใจได้การปฏิบัติภาวนา
เป็นต้น ก็จะเป็นสิ่งดีๆในความรู้สึกของเราและเป็นศิริมงคลที่แท้จริง
* * Happy bitrhday Kurteeworld * *
kruteewold ขึ้นมา ก็ขอฉลองครบรอบ 1 ขวบ ด้วยการ
อัญเชิญ พระนามของพระพุทธเจ้า 29 พระองค์
(แบบบาลี-อังกฤษและแปลเทียบเป็นภาษาไทย)
เพื่อเป็นศิริมงคลกับตัวผมและทุกท่านที่ได้เข้ามาอ่าน
แทนคำขอบคุณที่ทุกคนเข้ามาเยี่ยมชม ติดตาม ติชม
ตั้งคำถาม ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นกำลังใจที่ดีให้ผมเสมอครับ
และขอขอบคุณ มา ณ โอกาสนี้คือ
http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_the_28_Buddhas
The names of 29 Buddhas (Pāli name)1 Taṇhaṅkara พระตัณหังกรพุทธเจ้า
2 Medhaṅkara พระเมธังกรพุทธเจ้า
3 Saraṇaṅkara พระสรณังกรพุทธเจ้า
4 Dīpankara พระปัจฉิมทีปังกรพุทธเจ้า
5 Koṇḍañña พระโกณฑัญญะพุทธเจ้า
6 Maṅgala พระมังคละพุทธเจ้า
7 Sumana พระสุมนพุทธเจ้า
8 Revata พระเรวตพุทธเจ้า
9 Sobhita พระโสภิตะพุทธเจ้า
10 Anomadassi พระอโนมทัสสีพุทธเจ้า
11 Paduma พระปทุมะพุทธเจ้า
12 Nārada พระนารทะพุทธเจ้า
13 Padumuttara พระปทุมุตตระพุทธเจ้า
14 Sumedha พระสุเมธพุทธเจ้า
15 Sujāta พระสุชาตะพุทธเจ้า
16 Piyadassi พระปิยทัสสีพุทธเจ้า
17 Atthadassi พระอัตถะทัสสีพุทธเจ้า
18 Dhammadassī พระธรรมทัสสีพุทธเจ้า
19 Siddharttha พระสิทธัตถพุทธเจ้า
20 Tissa พระติสสะพุทธเจ้า
21 Phussa พระปุสสะพุทธเจ้า
22 Vipassī พระวิปัสสีพุทธเจ้า
23 Sikhī พระสิขีพุทธเจ้า
24 Vessabhū พระเวสสภูพุทธเจ้า
25 Kakusandha พระกกุสันโธพุทธเจ้า
26 Koṇāgamana พระโกนาคมนะพุทธเจ้า
27 Kassapa พระกัสสปะพุทธเจ้า
28 Gautama พระโคตมะพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าในยุคสมัยของพวกเรา)
29 Maitreya พระศรีอริยเมตไตรยพุทธเจ้า
เมื่อได้อ่านพระนามของพระพุทธเจ้าทั้งหลายแล้ว
สิ่งที่สำคัญคือ การที่เราได้ระนึกนึกถึงและปฏิบัติตามหลักคำสอน
ของพระองค์ได้ อันได้แก่ การทำดี ไม่ทำความชั่ว การทำใจให้สะอาด,
การมีสติรู้เนื้อรู้ตัว, การรักษาศีล, การชำระจิตใจได้การปฏิบัติภาวนา
เป็นต้น ก็จะเป็นสิ่งดีๆในความรู้สึกของเราและเป็นศิริมงคลที่แท้จริง
* * Happy bitrhday Kurteeworld * *
วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554
พระโสดาบัน
เนื่องจากวันนี้เป็นวันพระ...ผมเลยถือโอกาสนำเรื่องเกี่ยวกับ
พุทธศาสนาของเรามาลงให้ได้อ่านกัน และเป็นเรื่องที่ได้
เกริ่นเอาไว้ตั้งแต่ครั้งก่อน คือเรื่องของพระโสดาบัน
แต่คราวนี้จะมาในรูปแบบที่มี 2 ภาษา คือจะมีภาษาอังกฤษ
โดยนำข้อมูลบางส่วนจาก http://en.wikipedia.org/
ก็ขอขอบคุณมา ณ. โอกาสนี้ด้วยครับ
Sotāpanna
In Buddhism, a Sotāpanna (Pali), or "stream-winner" is a person
who has eradicated the first three fetters (sanyojanas) of the mind.
Sotapanna literally means "one who entered (āpanna) the stream
(sota)", after a metaphor which calls the Noble Eightfold Path,
'a stream'. Sotapannaship is the first of the four stages of enlightenment.
พระโสดาบัน
ในทางพระพุทธศาสนา โสตาปันนะ(บาลี), หรือผู้เข้าถึงกระแส
(แห่งพระนิพพาน) เป็นบุคคลที่ได้กำจัด สิ่งที่เป็นเครื่องผูกมัด(สังโยชน์)
3 ประการแรกออกจากใจได้ ตามหลักภาษาคำว่า โสตาปันนะ มาจากคำว่า
ผู้เข้าถึง(อาปันนะ) และ กระแส(โสตาหรือโสดา) เป็นคำเปรียบเทียบ
ในมรรคมีองค์ 8 ว่า กระแสของความเป็นพระโสดาบันเป็นขั้นแรกใน
สี่ขั้นของการไปสู่พระนิพพาน
A Sotāpanna will be safe from falling into the states of misery
(they will not be born as an animal, ghost, or hell being). Their lust,
hatred and delusion will not be strong enough to cause rebirth in
the lower realms. A Sotāpanna will have to be reborn at most only
seven more times in the human or heavenly worlds before attaining
nibbana.
พระโสดาบันจะปลอดภัยจากการตกสู่ทุกขคติ(กล่าวคือผู้ที่เป็น
พระโสดาบันจะไม่ต้องไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน, ผีเปรตและสัตว์นรก)
กามตัณหา, ความโกรธเกลียด และความหลงผิดจะไม่ความอำนาจเข้มแข็ง
พอที่ได้เป็นเหตุที่ทำให้พระโสดาบันต้องไปเกิดในภพภูมิที่ต่ำเช่นนั้นอีก
พระโสดาบันจะกลับมาเกิดในโลกมนุษย์และบนสวรรค์อีกไม่เกิน 7 ชาติ
ก่อนที่จะบรรลุสู่พระนิพพาน
* * โปรดติดตามในครั้งต่อไป * *
พุทธศาสนาของเรามาลงให้ได้อ่านกัน และเป็นเรื่องที่ได้
เกริ่นเอาไว้ตั้งแต่ครั้งก่อน คือเรื่องของพระโสดาบัน
แต่คราวนี้จะมาในรูปแบบที่มี 2 ภาษา คือจะมีภาษาอังกฤษ
โดยนำข้อมูลบางส่วนจาก http://en.wikipedia.org/
ก็ขอขอบคุณมา ณ. โอกาสนี้ด้วยครับ
Sotāpanna
In Buddhism, a Sotāpanna (Pali), or "stream-winner" is a person
who has eradicated the first three fetters (sanyojanas) of the mind.
Sotapanna literally means "one who entered (āpanna) the stream
(sota)", after a metaphor which calls the Noble Eightfold Path,
'a stream'. Sotapannaship is the first of the four stages of enlightenment.
พระโสดาบัน
ในทางพระพุทธศาสนา โสตาปันนะ(บาลี), หรือผู้เข้าถึงกระแส
(แห่งพระนิพพาน) เป็นบุคคลที่ได้กำจัด สิ่งที่เป็นเครื่องผูกมัด(สังโยชน์)
3 ประการแรกออกจากใจได้ ตามหลักภาษาคำว่า โสตาปันนะ มาจากคำว่า
ผู้เข้าถึง(อาปันนะ) และ กระแส(โสตาหรือโสดา) เป็นคำเปรียบเทียบ
ในมรรคมีองค์ 8 ว่า กระแสของความเป็นพระโสดาบันเป็นขั้นแรกใน
สี่ขั้นของการไปสู่พระนิพพาน
A Sotāpanna will be safe from falling into the states of misery
(they will not be born as an animal, ghost, or hell being). Their lust,
hatred and delusion will not be strong enough to cause rebirth in
the lower realms. A Sotāpanna will have to be reborn at most only
seven more times in the human or heavenly worlds before attaining
nibbana.
พระโสดาบันจะปลอดภัยจากการตกสู่ทุกขคติ(กล่าวคือผู้ที่เป็น
พระโสดาบันจะไม่ต้องไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน, ผีเปรตและสัตว์นรก)
กามตัณหา, ความโกรธเกลียด และความหลงผิดจะไม่ความอำนาจเข้มแข็ง
พอที่ได้เป็นเหตุที่ทำให้พระโสดาบันต้องไปเกิดในภพภูมิที่ต่ำเช่นนั้นอีก
พระโสดาบันจะกลับมาเกิดในโลกมนุษย์และบนสวรรค์อีกไม่เกิน 7 ชาติ
ก่อนที่จะบรรลุสู่พระนิพพาน
* * โปรดติดตามในครั้งต่อไป * *
วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
วันแห่งความรักของชาวพุทธ
หลังจากวันแห่งความรักของฝรั่งผ่านไปก็มาเป็นวันแห่งความรัก
คนเราชาวพุทธ(หรือบ้างก็ว่าเป็นแห่งความรักของมนุษยโลกก็ว่ากัน)
ก็คือวันมาฆบูชา
ท่าน ว. วชิรเมธี ได้พูดถึงความหมายของคำว่า มาฆบูชา ไว้ว่า
คือวันบูชาในคืนวันเพ็ญเดือน 3 ซึ่งเป็นวันที่สำคัญอีกวันใน
ทางพระพุทธศาสนา กล่าวคือ เป็นวันที่มีเหตุการณ์สำคัญ 4 อย่างเกิดขึ้น คือ
1. เป็นคืนวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ
2. เป็นวันที่มีพระสงฆ์จำนวน 1,250 รูปมาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย
3. พระสงฆ์เหล่านั้นเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญาณ (ผู้มีความสามารถพิเศษ)
4. พระสงฆ์เหล่านั้นเป็นผู้ที่พระพุทธเจ้าทรงบวชให้ทั้งสิ้น และยังมีความพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ เป็นวันที่พระสารีบุตรพระอัครสาวก
เบื้องขวาของพระพุทธเจ้าได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์
นี่เป็นสิ่งที่เราได้รับรู้กันมานานแล้ว แต่นั้นยังไม่สำคัญมากเท่ากับ
พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนอะไรพวกเรานี้วัน
พระธรรมที่พระองค์ทรงเทศนาสอนพวกเราในวันนี้ เรียกว่า
โอวาทปาฏิโมกข์ แปลว่า หลักคำสอนที่เป็นหลักสำคัญ(ของพระพุทธศาสนา)
ซึ่งได้แสดงถึงลักษณะสำคัญของพระพุทธศาสนา ที่ทำให้เห็นถึง
ความแตกต่างจากศาสนาหรือลัทธิอื่นๆที่มีอยู่ กล่าวโดยสรุปได้ดังนี้
1. ลักษณะทั่วไปของพุทธศาสนา
** ตบะคือความอดทน(ต่อกิเลส) เป็นตบะธรรมอย่างยิ่ง เป็นการให้หมายความของคำว่า ตบะ ที่ต่างไปจากเดิม กล่าวคือ
การบำเพ็ญตบะในศาสนาอื่น เป็นการทรมานตนในรูปแบบต่างๆ
หรือเรียกอีกอย่างว่า การบำเพ็ญทุกข์กิริยา เพื่อเป็นการทำลาย
กิเลสในจิตใจ ซึ่งพระพุทธองค์ทรงเห็นว่าเป็นหนทางที่ไม่ถูกต้อง
** พระนิพพานเป็นยอดแห่งพระบรมธรรม
เป็นการแสดงเป้าหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา ที่แตกต่างไป
จากศาสนาดั้งเดิมที่เชื่อกันว่าการได้ไปรวมกับพระพรหมเป็นเป้าหมาย
สูงสุดของชีวิต
2. ลักษณะของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา
** พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนานั้นเป็นผู้ไม่เบียดเบียนใคร ไม่กล่าววาจา
ให้ร้ายใคร เป็นผู้แต่งกายสุภาพ ไม่แต่งการด้วยสิ่งของที่มีค่า
** พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาจะไม่ใช้วิธีเผยแพร่ด้วยการบังคับใคร
และหลอกลวงให้เชื่อในคำสอนแต่ใช้การแสดงให้เห็นถึงความเป็นจริง
ตามหลักของเหตุและผล ให้ผู้ฟังพิจารณาแล้วเชื่อถือด้วยตัวเอง
** แสดงถึงแนวทางในการดำเนินชีวิตของพระสงฆ์ ได้แก่
การสำรวมในพระวินัย
รู้จักการประมาณตนในการบริโภค
พักอาศัยอยู่ในที่สงบและสะงัด
มั่นฝึกจิต เพื่อชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น
3. แสดงถึงมรรควิธีที่นำเราไปสู่บรมธรรมคือ พระนิพพาน
ไว้ว่า ให้ทำแต่ความดี ไม่ทำความชั่วทั่งปวงและทำใจให้ผ่องแผ่ว
โดยยึดหลักของศีล สมาธิและปัญญา
แล้วทำไมจึงเรียกว่าวันนี้ว่าเป็น วันแห่งความรัก
เพราะหลักธรรมคำสอนของพระองค์ในวันนี้เป็นคำสอนที่ทำให้
เราสามารถอยู่รวมกันได้อย่างมีความสุข ด้วยการไม่เบียดเบียนกัน
ในลักษณะต่างๆ ใช้เหตุใช้เหตุในการพูดจากัน ใช้ชีวิตอย่างมีระเบียบ
วินัย รู้จักพอเพียงในการอยู่การกิน รู้จักฝึกจิตเพื่อยกระดับของจิตใจ
ให้สูงขึ้น จะเห็นได้ว่าถ้าเราปฎิบัติตัวได้ตามนี้ เราทุกคนก็สามารถ
อยู่รวมกันอย่างมีความสุขและมีความรักต่อกัน
แล้วเราควรทำตัวอย่างไรในวันนี้
ก็ทำปฎิบัติตัวตามหลักที่กล่าวมาแล้วข้างตอนก็ได้ แต่จริงๆ
แล้วไม่ควรจะทำเฉพาะในวันนี้เท่านั้น เราทุกคนควรทำตามหลัก
ทุกวัน ให้ได้มากที่สุด (บางครั้งอาจเผลอไปบางก็ไม่ว่ากัน)
ก็จะเป็นการดีที่สุดและถือเป็นการบูชาต่อพระพุทธเจ้าที่ดีที่สุดด้วยครับ
** ขอให้ทุกคนทุกท่านในความสุขมีความเจริญในธรรมครับ **
คนเราชาวพุทธ(หรือบ้างก็ว่าเป็นแห่งความรักของมนุษยโลกก็ว่ากัน)
ก็คือวันมาฆบูชา
ท่าน ว. วชิรเมธี ได้พูดถึงความหมายของคำว่า มาฆบูชา ไว้ว่า
คือวันบูชาในคืนวันเพ็ญเดือน 3 ซึ่งเป็นวันที่สำคัญอีกวันใน
ทางพระพุทธศาสนา กล่าวคือ เป็นวันที่มีเหตุการณ์สำคัญ 4 อย่างเกิดขึ้น คือ
1. เป็นคืนวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ
2. เป็นวันที่มีพระสงฆ์จำนวน 1,250 รูปมาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย
3. พระสงฆ์เหล่านั้นเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญาณ (ผู้มีความสามารถพิเศษ)
4. พระสงฆ์เหล่านั้นเป็นผู้ที่พระพุทธเจ้าทรงบวชให้ทั้งสิ้น และยังมีความพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ เป็นวันที่พระสารีบุตรพระอัครสาวก
เบื้องขวาของพระพุทธเจ้าได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์
นี่เป็นสิ่งที่เราได้รับรู้กันมานานแล้ว แต่นั้นยังไม่สำคัญมากเท่ากับ
พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนอะไรพวกเรานี้วัน
พระธรรมที่พระองค์ทรงเทศนาสอนพวกเราในวันนี้ เรียกว่า
โอวาทปาฏิโมกข์ แปลว่า หลักคำสอนที่เป็นหลักสำคัญ(ของพระพุทธศาสนา)
ซึ่งได้แสดงถึงลักษณะสำคัญของพระพุทธศาสนา ที่ทำให้เห็นถึง
ความแตกต่างจากศาสนาหรือลัทธิอื่นๆที่มีอยู่ กล่าวโดยสรุปได้ดังนี้
1. ลักษณะทั่วไปของพุทธศาสนา
** ตบะคือความอดทน(ต่อกิเลส) เป็นตบะธรรมอย่างยิ่ง เป็นการให้หมายความของคำว่า ตบะ ที่ต่างไปจากเดิม กล่าวคือ
การบำเพ็ญตบะในศาสนาอื่น เป็นการทรมานตนในรูปแบบต่างๆ
หรือเรียกอีกอย่างว่า การบำเพ็ญทุกข์กิริยา เพื่อเป็นการทำลาย
กิเลสในจิตใจ ซึ่งพระพุทธองค์ทรงเห็นว่าเป็นหนทางที่ไม่ถูกต้อง
** พระนิพพานเป็นยอดแห่งพระบรมธรรม
เป็นการแสดงเป้าหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา ที่แตกต่างไป
จากศาสนาดั้งเดิมที่เชื่อกันว่าการได้ไปรวมกับพระพรหมเป็นเป้าหมาย
สูงสุดของชีวิต
2. ลักษณะของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา
** พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนานั้นเป็นผู้ไม่เบียดเบียนใคร ไม่กล่าววาจา
ให้ร้ายใคร เป็นผู้แต่งกายสุภาพ ไม่แต่งการด้วยสิ่งของที่มีค่า
** พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาจะไม่ใช้วิธีเผยแพร่ด้วยการบังคับใคร
และหลอกลวงให้เชื่อในคำสอนแต่ใช้การแสดงให้เห็นถึงความเป็นจริง
ตามหลักของเหตุและผล ให้ผู้ฟังพิจารณาแล้วเชื่อถือด้วยตัวเอง
** แสดงถึงแนวทางในการดำเนินชีวิตของพระสงฆ์ ได้แก่
การสำรวมในพระวินัย
รู้จักการประมาณตนในการบริโภค
พักอาศัยอยู่ในที่สงบและสะงัด
มั่นฝึกจิต เพื่อชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น
3. แสดงถึงมรรควิธีที่นำเราไปสู่บรมธรรมคือ พระนิพพาน
ไว้ว่า ให้ทำแต่ความดี ไม่ทำความชั่วทั่งปวงและทำใจให้ผ่องแผ่ว
โดยยึดหลักของศีล สมาธิและปัญญา
แล้วทำไมจึงเรียกว่าวันนี้ว่าเป็น วันแห่งความรัก
เพราะหลักธรรมคำสอนของพระองค์ในวันนี้เป็นคำสอนที่ทำให้
เราสามารถอยู่รวมกันได้อย่างมีความสุข ด้วยการไม่เบียดเบียนกัน
ในลักษณะต่างๆ ใช้เหตุใช้เหตุในการพูดจากัน ใช้ชีวิตอย่างมีระเบียบ
วินัย รู้จักพอเพียงในการอยู่การกิน รู้จักฝึกจิตเพื่อยกระดับของจิตใจ
ให้สูงขึ้น จะเห็นได้ว่าถ้าเราปฎิบัติตัวได้ตามนี้ เราทุกคนก็สามารถ
อยู่รวมกันอย่างมีความสุขและมีความรักต่อกัน
แล้วเราควรทำตัวอย่างไรในวันนี้
ก็ทำปฎิบัติตัวตามหลักที่กล่าวมาแล้วข้างตอนก็ได้ แต่จริงๆ
แล้วไม่ควรจะทำเฉพาะในวันนี้เท่านั้น เราทุกคนควรทำตามหลัก
ทุกวัน ให้ได้มากที่สุด (บางครั้งอาจเผลอไปบางก็ไม่ว่ากัน)
ก็จะเป็นการดีที่สุดและถือเป็นการบูชาต่อพระพุทธเจ้าที่ดีที่สุดด้วยครับ
** ขอให้ทุกคนทุกท่านในความสุขมีความเจริญในธรรมครับ **
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)