- bakery ร้านขายขนมปัง
- bar ที่จำหน่ายเครื่องดื่ม, บาร์
- barber's / barbershop ร้านทำผม
- beauty salon ร้านเสริมสวย
- beauty shop ร้านเสริมสวย
- bookstall ร้านหนังสือเล็ก, แพงหนังสือ
- bookstore / bookshop ร้านขายหนังสือ
- boutique ร้านขายเครื่องแต่งกายตามแฟชั่น, ร้านขายสินค้านำเข้า
- cafeteria ร้านอาหารบริการตนเอง
- candy store ร้านขายลูกกวาด
- carvery ร้านอาหารที่ขายอาหารจำพวกย่างเป็นหลัก
- chophouse ร้านอาหารที่มีชื่อในการแล่เนื้อและสเต็ก
- clothes shop ร้านขายเสื้อผ้า
- coffee shop ร้านกาแฟ
- commissary ร้านขายอาหาร (ในกองทัพ)
- convenience store ร้านสะดวกซื้อ
- cooperative ร้านสหกรณ์
- dealer ร้านตัวแทน
- delicatessen ร้านอาหารนำเข้าจากต่างประเทศ
- diner ร้านอาหารเล็กๆ
- drugstore pharmacy / chemist/ druggist ร้านขายยา
- dry-cleaner's ร้านซักแห้ง
- florist ร้านขายดอกไม้
- green grocery ร้านขายผักผลไม้สด
- grocery store / grocer's shop ร้านขายของชำ
- grocery ร้านขายของชำ
- jeweler ร้านขายเครื่องเพชรพลอย
- laundry ร้านซักรีด
- local ร้านเหล้า
- newsstand ร้านหรือแผงขายหนังสือพิมพ์เล็กๆ
- newstall ร้านเล็กๆ ขายหนังสือพิมพ์
- outlet ร้านขายสินค้าจากโรงงาน
- parlor / parlour ร้านค้า
- pergola ร้านต้นไม้
- pharmacy ร้านขายยา
- pizzeria ร้านขายพิซซ่า
- post exchange ร้านค้าสวัสดิการของค่ายทหาร
- pub ร้านเหล้า, ผับ, ร้านเล็ก
- public house ร้านขายเหล้าขนาดเล็ก
- refreshment stall ร้านขายเครื่องดื่ม
- restaurant ภัตตาคาร
- stationery store ร้านเครื่องเขียน
- tailor's shop / dressmaking's shop ร้านตัดเสื้อ
วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2553
คำศัพท์เกี่ยวร้านค้า
คำศัพท์หมวดเกี่ยวร้านค้า ลองมาดูกันนะครับ
คำศัพท์เกี่ยวกับอาหาร
วันที่ผมมีคำศัพท์เกี่ยวกับอาหารมาให้พวกเราได้ดูกันครับ
- ambrosia อาหารที่แสนอร่อย
- animal feed / feed อาหารสัตว์
- appetizer อาหารเรียกน้ำย่อย
- bran อาหารที่ได้จากรำข้าวและเมล็ดธัญพืช
- breakfast อาหารเช้า
- breakfast/ morning meal อาหารเช้า
- brunch อาหารที่เป็นทั้งอาหารมื้อเช้าและกลางวันรวมกัน
- buffet อาหารที่ลูกค้าต้องบริการตัวเอง
- canned food อาหาร
- canned food อาหารกระป๋อง
- carryout / takeaway อาหารที่พร้อมรับประทานเมื่อซื้อ
- cereal อาหารเช้าที่ทำจากธัญพืช (มักจะรับประทานโดยใส่นม)
- Chinese food อาหารจีน
- cocktail อาหารเรียกน้ำย่อยที่จัดเป็นคำเล็กๆ
- convenience food อาหารกึ่งสำเร็จรูป
- convenience food อาหารสะดวกซื้อ
- cooking อาหารที่เตรียมไว้
- cornflakes อาหารข้าวโพดอบแห้ง(มักทานกับนม)
- course อาหารจานหนึ่ง
- daily food อาหารประจำวัน
- dainty อาหารเลิศรส
- delectable อาหารน่ารับประทาน
- delicacy อาหารราคาแพง
- delicatessen delicatessen, instant food อาหารสำเร็จรูป, อาหารนำเข้าจากต่างประเทศ
- dessert อาหารหวาน
- diet อาหาร, การควมคุมอหาร
- dinner งานเลี้ยงอาหารค่ำ
- dried food อาหารแห้ง
- eating การรับประทานอาหาร, การกิน
- edible / eatableของรับประทานได้
- ensilage อาหารสัตว์ที่เป็นพืชสีเขียว
- farina ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากธัญพืช
- fast food อาหารจานด่วน
- feedstuff อาหารสัตว์
- fodder อาหารสัตว์ เช่น ฟาง
- food / diet อาหารการกิน
- food poisioningอาหารเป็นพิษ
- fool อาหารหวานที่ทำด้วยผลไม้ผสมกับครีมหรือคัสตาร์ด
- forage อาหารสัตว์
- fresh food อาหารสด
- fry อาหารทอด
- gastric distress อาหารไม่ย่อย
- heavy meal / heavy food อาหารหนัก
- irradiated food อาหารฉายรังสี
- junk food อาหารขยะ, อาหารที่ไม่มีคุณค่า
- lunch / luncheon อาหาร
- main courses อาหารจานหลัก
- main dish อาหารจานหลัก (ในมื้ออาหารนั้นๆ)
- meat dish/ meat diet อาหารคาว
- prepared / ready-to-eat food food อาหารสำเร็จ
- probiotic อาหารที่มีจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น นมเปรี้ยว
- regular meal อาหารประจำ
- seafood อาหารทะเล
- snack อาหารว่าง
- supplementary food อาหารเสริม
- Thai food อาหารไทย
ต้วแปรคืออะไร
ต้วแปรในวิชาคณิตศาสตร์ เป็นเรื่องพื้นฐานอีกเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญ
และควรทำความเข้าใจก่อนและเมื่อพบตัวแปรไม่ได้แปลว่าต้องแก้สมการเสมอไป
ตัวแปร คือสัญลักษณ์ต่างๆที่เรานำมาเขียนตัวเลขที่เรายังไม่ทราบค่า
ซึ่งเราปกติเรานิยมใช้ต้วอักษรในตัวอักษรภาษาอังกฤษ เช่น x, y, a, b, c, k
(ซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่ระดับป.4 ขึ้นมา และในระดับที่ต่ำกว่านั้นตัวแปรจะอยู่ใน
ลักษณะของรูปสี่เหลี่ยมเพื่อให้เด็กเติมคำตอบลงในนั้น)
เราพบตัวแปรได้ที่ไหนบ้าง???
เราพบตัวแปรได้ใน 4 ลักษณะ คือ
1. ในประโยคสมการที่ต้องการหาคำตอบ เช่น
x + 3 = 5 แล้ว x เท่ากับเท่าใด
2. ในสูตรต่าง เช่น
สูตรการหาพื้นที่สี่เหลี่ยมพื้นผ้า = bh
โดยที่ b แทน ความยาวฐาน และ h แทน ความสูง
3. ในคุณสมบัติต่างๆ เช่น
ให้ a, b เป็นจำนวนใดๆ (หมายถึง ให้ a, b เป็นตัวเลขอะไรก็ได้)
a + b = b = a เรียกว่า คุณสมบัติการสลับที่
4. ใช้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรด้วยกับค่าคงที่
y = 2x + 3
y = x2 + 1
c2 = a2 + b2
และควรทำความเข้าใจก่อนและเมื่อพบตัวแปรไม่ได้แปลว่าต้องแก้สมการเสมอไป
ตัวแปร คือสัญลักษณ์ต่างๆที่เรานำมาเขียนตัวเลขที่เรายังไม่ทราบค่า
ซึ่งเราปกติเรานิยมใช้ต้วอักษรในตัวอักษรภาษาอังกฤษ เช่น x, y, a, b, c, k
(ซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่ระดับป.4 ขึ้นมา และในระดับที่ต่ำกว่านั้นตัวแปรจะอยู่ใน
ลักษณะของรูปสี่เหลี่ยมเพื่อให้เด็กเติมคำตอบลงในนั้น)
เราพบตัวแปรได้ที่ไหนบ้าง???
เราพบตัวแปรได้ใน 4 ลักษณะ คือ
1. ในประโยคสมการที่ต้องการหาคำตอบ เช่น
x + 3 = 5 แล้ว x เท่ากับเท่าใด
2. ในสูตรต่าง เช่น
สูตรการหาพื้นที่สี่เหลี่ยมพื้นผ้า = bh
โดยที่ b แทน ความยาวฐาน และ h แทน ความสูง
3. ในคุณสมบัติต่างๆ เช่น
ให้ a, b เป็นจำนวนใดๆ (หมายถึง ให้ a, b เป็นตัวเลขอะไรก็ได้)
a + b = b = a เรียกว่า คุณสมบัติการสลับที่
4. ใช้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรด้วยกับค่าคงที่
y = 2x + 3
y = x2 + 1
c2 = a2 + b2
วันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ที่ฝากคำถาม
ในส่วนนี้นักเรียนหรือผู้อ่านที่มีคำถาม สามารถฝากคำถามไว้ได้ครับ คำถามของใครน่าสนก็จะนำมาเขียนตอบที่ในบทความครับ
การเขียนลัดขั้นตอนหรือผิดไม่
มีนักเรียนเขียนหลายคนที่ผมเคยสอนมาชอบทำงานลัดขั้นตอน
โดยติดนิสัยไม่ชอบแสดงวิธีทำและเขียนแต่คำตอบ โดยส่วนตัว
แล้วผมมีความกังวลในเรื่องนี้มากเลยหยิบประเด็นนี้มาเขียน
ประเด็นที่ 1 คือ การเขียนข้ามขั้นตอนนั้นมี 2 แบบคือ
แบบที่ 1. เขียนข้ามขั้นแล้วถูก เช่น
2 + 3 - 10 + 6 = 5 -10 + 6 = 1
แบบที่ 2. เขียนข้ามขั้นแล้วผิด เช่น
2 + 3 - 10 + 6 = 5 -10 = -5 + 6 = 1
ในแบบที่1 นั้นนักเรียนแสดงขั้นตอนบางขั้นคิดรวบแล้วได้คำตอบ(อาจจะบังเอิญถูก)
ซึ่งยังพอให้อภัยกันได้
ในแบบที่2 นั้นนักเรียนโดยตัดตัวเลขที่ยังได้นำมาคิดออกไปก่อน แล้วนำกลับมาเขียน
อีกครั้ง เมื่อต้องการคิด ซึ่งแบบนี้ผิดแน่นอนครับทั้งแม้ว่าจะได้ความตอบที่
ถูกต้อง
ประเด็นที่ 2 แล้วนักเรียนควรข้ามขั้นตอนได้เมื่อตอนไหน
การเขียนขั้นตอนให้ครบถูกต้องนั้นควรอยู่ในช่วง
1. การฝึกฝนขั้นพื้นฐาน(เช่นการทำแบบฝึกห้ดและการบ้าน) เพื่อให้เกิดความเข้าใจ
เกิดทักษะที่จำเป็นในแต่ละเรื่องแต่ละบท และเพื่อให้อธิบายกับตัวเองได้ว่า
แต่ละขั้นแต่ละขั้นตอนนั้นคิดมาได้อย่างไร มีเหตุผลอย่างไร
2. การทำข้อสอบที่เป็นการแสดงวิธีทำเพื่อที่จะเป็นการแสดงถึงความเข้าใจ, เกิดความ
รอบคอบ เพื่อได้คะแนนที่เต็มเพราะครูบางท่านดูขั้นตอนอย่างละเอียด
อาจถูกตัดคะแนนได้และยังเป็นการสร้างนิสัยที่ใจร้อนทำงานไม่เรียบร้อย
ซึ่งจะเป็นผลเสียกับเด็กได้
การลัดขั้นตอนนั้นควรใช้เมื่อ
นักเรียนมีทักษะและความแม่นยำดีแล้วเมื่อทำแบบฝึกหัดเพิ่มเติมจากคู่มือต่างๆ
หรือการทำข้อสอบแบบตัวเลือกนั้นจะได้ประหยัดเวลาในการเขียนและ
ไม่สิ้นเปลื้องกระดาษ
โดยติดนิสัยไม่ชอบแสดงวิธีทำและเขียนแต่คำตอบ โดยส่วนตัว
แล้วผมมีความกังวลในเรื่องนี้มากเลยหยิบประเด็นนี้มาเขียน
ประเด็นที่ 1 คือ การเขียนข้ามขั้นตอนนั้นมี 2 แบบคือ
แบบที่ 1. เขียนข้ามขั้นแล้วถูก เช่น
2 + 3 - 10 + 6 = 5 -10 + 6 = 1
แบบที่ 2. เขียนข้ามขั้นแล้วผิด เช่น
2 + 3 - 10 + 6 = 5 -10 = -5 + 6 = 1
ในแบบที่1 นั้นนักเรียนแสดงขั้นตอนบางขั้นคิดรวบแล้วได้คำตอบ(อาจจะบังเอิญถูก)
ซึ่งยังพอให้อภัยกันได้
ในแบบที่2 นั้นนักเรียนโดยตัดตัวเลขที่ยังได้นำมาคิดออกไปก่อน แล้วนำกลับมาเขียน
อีกครั้ง เมื่อต้องการคิด ซึ่งแบบนี้ผิดแน่นอนครับทั้งแม้ว่าจะได้ความตอบที่
ถูกต้อง
ประเด็นที่ 2 แล้วนักเรียนควรข้ามขั้นตอนได้เมื่อตอนไหน
การเขียนขั้นตอนให้ครบถูกต้องนั้นควรอยู่ในช่วง
1. การฝึกฝนขั้นพื้นฐาน(เช่นการทำแบบฝึกห้ดและการบ้าน) เพื่อให้เกิดความเข้าใจ
เกิดทักษะที่จำเป็นในแต่ละเรื่องแต่ละบท และเพื่อให้อธิบายกับตัวเองได้ว่า
แต่ละขั้นแต่ละขั้นตอนนั้นคิดมาได้อย่างไร มีเหตุผลอย่างไร
2. การทำข้อสอบที่เป็นการแสดงวิธีทำเพื่อที่จะเป็นการแสดงถึงความเข้าใจ, เกิดความ
รอบคอบ เพื่อได้คะแนนที่เต็มเพราะครูบางท่านดูขั้นตอนอย่างละเอียด
อาจถูกตัดคะแนนได้และยังเป็นการสร้างนิสัยที่ใจร้อนทำงานไม่เรียบร้อย
ซึ่งจะเป็นผลเสียกับเด็กได้
การลัดขั้นตอนนั้นควรใช้เมื่อ
นักเรียนมีทักษะและความแม่นยำดีแล้วเมื่อทำแบบฝึกหัดเพิ่มเติมจากคู่มือต่างๆ
หรือการทำข้อสอบแบบตัวเลือกนั้นจะได้ประหยัดเวลาในการเขียนและ
ไม่สิ้นเปลื้องกระดาษ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)